ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น หนังสือแบบไหน ‘โดนใจลูก ถูกใจพ่อแม่’

พัฒนาการของเด็กในช่วงวัยอายุ 6-11 ปี หรือที่เรียกว่าช่วงก่อนวัยรุ่น (Pre-Teen) นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงวัยสำคัญที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดพัฒนาการทางด้านความคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ เพื่อให้เด็กได้ก้าวเข้าสู่วัยนี้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน โดยการเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับเด็ก

จึงเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพัฒนาการที่พ่อแม่ต้องมีส่วนช่วยเหลือแนะนำ เพื่อให้เด็กได้อ่านหนังสือตามช่วงวัยที่เหมาะสมกับวัย SOOK สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดเสวนา BOOK TALK ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ ตอน Pre-Teen Books หนังสือแบบไหน โดนใจลูก ถูกใจพ่อแม่ เพื่อช่วยให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองได้เข้าใจการเจริญเติบโต วิวัฒนาการ ความคิด อารมณ์ของเด็กในช่วงวัยนี้ และการเลือกหนังสือให้ลูกได้มากขึ้น
สุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาสเอ็ดดูเคชั่น จำกัด ได้มาร่วมแชร์ความคิดเห็นในครั้งนี้ กล่าวว่า การให้เด็กช่วงก่อนวัยรุ่นสนใจอ่านหนังสือควรจะต้องเริ่มตั้งแต่อายุ 0-6 ขวบ เพราะเด็กจะเกิดนิสัยรักการอ่าน ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเด็กในช่วงวัย Pre-Teen มีการอ่านที่ก้าวกระโดดอย่างมาก เห็นได้จากความนิยม ความสนใจในนิยาย ความรักวัยรุ่น นิยายวาย การ์ตูนจะได้รับความสนใจมากขึ้น
“หนังสือวรรณกรรมเป็นหนังสืออีกประเภทหนึ่งที่สามารถสร้างจินตนาการ และให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์ได้ แต่บางทีในสังคมปัจจุบัน การให้เด็กสนใจอ่านวรรณกรรมต้องเกิดกระบวนการให้คำแนะหรือรีวิวหนังสือเพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ หนังสือวรรณกรรมเยาวชนที่ให้แนวคิดมีมากมาย อย่างหนังสือความสุขของกะทิ ที่นำเสนอเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่จะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่สูญเสียแม่ แล้วกะทิสามารถผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้อย่างไร เด็กก็จะสามารถทำความเข้าใจเหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้” นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าว
สุชาดา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจัดเรตหนังสือแต่ละประเภทเชื่อว่าทุกสำนักพิมพ์ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะหนังสือทุกเล่มจะแจ้งที่หลังปกหนังสือว่าหนังสือประเภทนี้เหมาะกับช่วงวัยใด แต่การที่จะห้ามไม่ให้เด็กอ่านหนังสือที่ไม่เหมาะกับช่วงวัยคงยาก เพราะการเข้าร้านหนังสือเด็กก็สามารถเลือกซื้อเลือกหยิบอ่านได้ด้วยตนเอง และในปัจจุบันการอ่านได้ถูกย่อขนาดไปอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือเด็กอย่างง่ายดาย ดังนั้นการป้องกัน นอกจากจะอยู่ที่นักเขียนที่ต้องใส่ใจการเล่าเรื่องเพื่อให้เหมาะสำหรับผู้อ่านตัวน้อยแล้ว พ่อแม่หรือผู้ปกครองก็ต้องสร้างภูมิต้านทานให้บุตรด้วย ด้วยการให้คำแนะนำ หรือข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เด็กได้เข้าใจมากขึ้นในเรื่องนั้นๆ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth