‘รัฐบาลทรัมป์’แทงกั๊กคว่ำบาตร’เมียนมา’

สหรัฐ “จะยังไม่ดำเนินการใดก็ตาม” ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา แม้มีเสียงเรียกร้องจากคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ว่านายแพทริก เมอร์ฟีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐด้านกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการด้านวิเทศสัมพันธ์ของสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของเมียนมาต้องรับผิดชอบต่อ “มาตรการตอบโต้ที่ไม่เหมาะสม” ที่ใช้ปราบปรามกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ จากการสู้รบที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน และชาวโรฮีนจามากกว่า 500,000 คน หลั่งไหลลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ เมอร์ฟีย์กล่าวต่อไปว่าสถานการณ์รุนแรงรอบล่าสุดในรัฐยะไข่กำลัง “สร้างจุดเปลี่ยน” ให้กับระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา เนื่องจากการที่กองทัพเมียนมาใช้ “มาตรการขั้นเด็ดขาด” ในการควบคุมสถานการณ์ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการแทรกซึมของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ และยังก่อให้เกิด “ความท้าทาย” แก่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย
อย่างไรก็ตาม เมอร์ฟีย์เลี่ยงแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า สถานการณ์ในรัฐยะไข่ถือเป็น “การกวาดล้างทางชาติพันธุ์” ตามการกล่าวหาของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และกล่าวว่ารัฐบาลชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “จะยังไม่ดำเนินการใดก็ตาม” ในตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายมากกว่าที่เป็นอยู่ หลังที่ประชุมเรียกร้องให้มีการออกมาตรการคว่ำบาตรทั้งรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี และกองทัพเมียนมา รวมถึงการระงับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วย
ด้านรัฐบาลบังกลาเทศเผยแผนการก่อสร้างเพื่อขยายพื้นที่ของศูนย์พักพิงสำหรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ในเมืองกูตาปาลอง ใกล้กับพรมแดนฝั่งตะวันออกที่ติดกับเมียนมา โดยจะครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 790 เฮกเตอร์ เพื่อให้สามารถรองรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจากลุ่มใหม่ที่เพิ่มเป็นมากกว่า 800,000 คนแล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews